วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2560

รายงานประจำปี 2559


หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ   ปีที่  38  ฉบับ 874   วันที่  30  ธันวาคม  พ.ศ.2559   หน้า 9

สัพเพเหระ                                                                  ปรัชญนันท์

 

รายงานประจำปี 2559

 

          ปีแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของคนไทยทั้งชาติ   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต  เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 

          แผ่นดินจะปล่อยให้พระราชบัลลังก์ว่างลงไม่ได้   สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร   จึงทรงราชสืบต่อเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี  ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

          เรื่องราวต่าง ๆ ในปีนี้กลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปทั้งหมด    รายงานประจำปีของผมปีนี้เต็มไปด้วยเรื่องของกาละเทศะ   และความไม่รู้จักคิดหรือยับยั้งชั่งใจ

          ข่าวใหญ ๆ เพชรบุรีไม่ค่อยมี    เพชรบุรีสงบเรียบร้อย  เปลี่ยนผู้ว่าราชการคนใหม่เป็นผู้หญิงยิ่งช่วยให้สงบเสงี่ยมมากขึ้นไปอีก

          เรื่องสะเทือนใจในเพชรบุรี    คงเป็นเรื่องของการล้อมย้ายมะฮ็อกานีหลายต้น  จนกลายเป็นประเด็นเรื่องอนุรักษ์กับการพัฒนา    ตอนนี้ไม่รู้ที่ถูกล้อมไปเป็นอย่างไงบ้าง

          กลายเป็นประเด็นรักษาป่าไปด้วย   พร้อมข่าวการกลับมาของทีมพญาเสือเมืองเพชร   ที่ต้องเข้ามารักษาป่าทั้งแก่งกระจานและทั่วประเทศ

          ผมเน้นประเด็นสาธารณะ    ต้นปีก็มีเรื่องของนายเก่งเกียร์ถอย   ที่ถอยรถชนรถคนอื่นแล้วอ้างเป็นคนดี   แต่กล้องจับภาพกลายเป็นคนละเรื่อง  ดังไปทั้งประเทศ

          กาละเทศะของคนรุ่นใหม่   ผมเห็นเป็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไปในทุกปี   เห็นได้จากดราม่าทศกัณฐ์ที่นำมาใช้ไม่เหมาะสม  และดราม่าการแต่งกายในช่วงไว้ทุกข์รัชกาลที่ 9

          ปีนี้มีนักการเมืองสำคัญมากมายที่ติดคุก    ส่วนใหญ่จะเป็นคดีทุจริตคอรัปชั่น   ยังไม่ทันไรปลายปีก็มีบางคนออกมาแล้ว    แต่ไม่มีนักการเมืองเพชรบุรี

          เรื่องสาธารณะระดับประเทศที่คนเพชรบุรีมีส่วนร่วม   คือการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ  ซึ่งคนเพชรบุรีส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

          โครงการใหญ่รถไฟรางคู่   ตกลงเป็นที่เรียบร้อยจะเริ่มดำเนินงานผ่านเพชรบุรี  คนเพชรบุรียอมรับได้ผ่านประชาพิจารณ์เรียบร้อย   ผมหวังได้ว่าชาตินี้จะได้เห็นรถไฟรางคู่ผ่านเพชรบุรี

          เรื่องที่ผมติดตามคือสถานีรถตู้    มีความพยายามย้ายรถตู้ในเพชรบุรีมารวมกัน   แต่ก็ยังมีบางเส้นทางที่ยังทำสถานีของตนเองอยู่    ผมมองในแง่ดีเดี๋ยวคงย้ายมารวมกัน  ต้องติดตามปีหน้าต่อไป

          ท่าเรือเฟอรี่เป็นเรื่องที่ผมผิดหวังเล็ก ๆ    เตรียมการกันมานับสิบปี  สุดท้ายก็มีเสียงเรียกร้องให้ยกเลิกหรือเปลี่ยนเส้นทางไปที่อื่น    ไม่รู้ชลอไปนานหรือปีหน้าจะกลับมาใหม่  นี่ก็น่าติดตาม

          คนเพชรบุรีที่ผมเอ่ยถึงปีนี้คือ  หมอปลา ฉายามือปราบสัมพเวสี    ผู้อุทิศตนช่วยเหลือผู้คนที่โดนรังควาญจากสิ่งเหนือธรรมชาติ   เขายังคงทำอยู่และผมก็ติดตามด้วยความสนใจ

ในทางตรงข้ามกับหมอปลา    ผมต้องมาวิจารณ์ตุ๊กตาลูกเทพ   ความเชื่อที่ทำให้คนหลงใหลในสิ่งเหนือธรรมชาติ   ตามด้วยโปเกมอนโก ก็เป็นกระแสที่พุ่งขึ้นแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็ว

          การยกย่องคนดีผมทำสม่ำเสมอ  ดร.ล้อม  เพ็งแก้ว และ ดร.ทองใบ  แท่นมณี  สองทวิปราชญ์ผู้ได้รับพระราชทานปริญญาครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี  เป็นเกียรติทั้งผู้ให้และผู้รับ

          ตูน บอดี้สแลม วิ่งสิบวันเพื่อรับบริจาค  ได้เงินไปให้โรงพยาบาลบางสะพาน 70 ล้านบาท  เป็นคนวิ่งผ่านเพชรบุรีที่ผมต้องยกย่อง

          คนดีคนรักในหลวงมากมาย   เดินทางผ่านเพชรบุรีเพื่อไปคาระพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  นับเวลาหลายเดือนผ่านมา  ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้มุ่งมั่นเดินทางผ่าน

          องค์กรที่ผมยกย่องปีนี้    ยังคงเป็นบรรดามูลนิธิต่าง ๆ ในเพชรบุรี   ที่ช่วยเหลือกันเต็มที่ในเหตุการณ์น้ำท่วมเพชรบุรี    และผู้นำองค์การท้องถิ่นทุกท่านที่เอาธุระ   สมกับได้รับความไว้วางใจจากประชาชน     คุณงามความดีของท่านทั้งหลายควรได้รับการสรรเสริญและเอ่ยอ้างถึงเสมอ

          ร้านค้าคุณธรรมเพชรบุรี    ปีนี้ผมยกย่องบ้านขนมนันทวัน   ร้านขายขนมที่จัดกิจกรรมปฏิธรรมอย่างสม่ำเสมอช่วยจรรโลงสังคมให้น่าอยู่   ขออนุโมทนาบุญแด่คุณนันทวันและครอบครัว ตลอดจนพนักงานทุกคน

          หน่วยงานดีเด่นภาครัฐ   ผมยกย่องตำรวจภูธรทั้งจังหวัดเพชรบุรี   ด้วยผลงานดังที่สุดคือตามจับหมอสุพัฒน์ได้ที่พม่า   และการตั้งด่านตรวจตลอดปี  ทำให้ผมอุ่นใจ

          เรื่องเด่นปีนี้ของผม   กลายเป็นเรื่องยันต์ธงชัยนวหรคุณ  ของท่านเจ้าคุณธงชัยที่ทำให้ทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์เป็นแชมป์ฟรีเมียร์ลีคอังกฤษ   สะท้อนคนไทยยังมีติดอยู่กับสิ่งเหนือธรรมชาติ

          ปีนี้และปีหน้าผมยังคงไว้ทุกข์   แม้ว่าตอนนี้จะปีใหม่แล้วควรจะได้ฉลองความสุข  คำอวยพรปีนี้จึงขอส่งความสุขไปยังทุกท่าน  เข้มแข็งและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

 

                                                                                       ปรัชญนันท์
 
 
 
 

พระเทพสุวรรณโมลี ( แคล้ว อุตฺตโม )


นิตยสาร เพชรนิวส์   ปีที่  15   ฉบับ 148      วันที่  1   มกราคม  พ.ศ.2560

แลหลังระวังหน้า                                                   ปรัชญนันท์  นิลสุข

 

พระเทพสุวรรณโมลี ( แคล้ว อุตฺตโม )

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสถาปนาเลื่อนและแต่งตั้งสมณศักดิ์ พระราชสุวรรณมุนี เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม ที่ "พระเทพสุวรรณโมลี ศรีธรรมถกาสุนทร ตรีปิฏกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี "

จังหวัดเพชรบุรีมีพระมหาเถระ ได้รับพระราชทานสถาปนาเลื่อนและแต่งตั้งสมณศักดิ์จำนวน 3 รูป ได้แก่พระราชสุวรรณมุนี (แคล้ว อุตฺตโม ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม ที่ "พระเทพสุวรรณโมลี"   

พระศรีวิสุทธินายก (วินัย ถิรวินโย ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสนามพราหมณ์ เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี (ธรรมยุต) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนาม ที่ " พระราชเมธากรกวี"

พระครูอนุกูลวชิรกิจ (อำนวย อินฺทวณฺโณ ป.ธ. 1 - 2) เจ้าอาวาสวัดพระรูป รองเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนาม ที่ "พระพิพิธพัชโรดม"

          ผมขอกราบนมัสการท่านเจ้าคุณทุกองค์   เป็นเกียรติยศและเป็นบุญของเพชรบุรีที่มีพระราชาคณะได้รับสถาปนาสมณศักดิ์  เป็นถึงชั้นพระเทพ และชั้นพระราช

          สมณศักดิ์ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ  แสดงถึงภาระหน้าที่ของพระเดชพระคุณแต่ละท่าน   ที่ต้องรับเป็นกิจธุระจรรโลงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองในประเทศนี้

          โดยเฉพาะท่านพระเทพสุวรรณโมลีที่กระผมเคารพอย่างยิ่ง    ยังสำนึกในพระคุณของท่านเสมอที่กรุณาต่อครอบครัวของกระผม 

          สมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทยไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับง่าย ๆ   แต่ละองค์ที่เป็นพระราชาคณะล้วนอาวุโสด้วยอายุและเจริญพรรษาในพระศาสนามาหลายสิบปี

          ส่วนใหญ่ของพระที่จะได้รับการแต่งตั้ง   ล้วนเป็นพระที่บวชมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ  เรียกว่าอายุครบบวชก็บวชพระมาตลอดและไม่เคยสึกเลยตลอดชีวิต

          พรรษาแต่ละองค์ก็นับกันได้ตั้งแต่อายุ 20 ปีจนถึงอายุปัจจุบัน   พระราชาคณะจึงมักจะมีอายุมาก ๆ กันทั้งสิ้น   พรรษาก็ตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปทั้งนั้น  

          สำคัญที่สุดคือ เป็นพระที่ทรงคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์  ล้วนแต่เป็นพระมหาเปรียญคือมีการศึกษาสูงทางด้านพระศาสนา  จริยวัตรแต่ละองค์ก็เป็นที่น่าเลื่อมใสศรัทธาทั้งสิ้น

          ชั้นของพระราชาคณะมีตั้งแต่ระดับสามัญ   ไปจนถึงระดับชั้น ราช , เทพ , ธรรม, พรหม, ไปจนถึงชั้นสมเด็จ   ถือกันว่าเป็นพระขุนนาง  เป็นยศที่แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์

ยศช้างขุนนางพระ เป็นคำเปรียบว่า ช้างถึงจะมียศศักดิ์สูงส่งเพียงใดก็ยังคงเป็นช้างเหมือนเดิม เช่นเดียวกับพระภิกษุทรงสมณศักดิ์ ท่านก็ยังมีจริยวัตรดำรงอยู่ในสมณเพศเช่นเดิม     ด้วยท่านเห็นความจริงว่ายศถาบรรดาศักดิ์เป็นเรื่องสมมุติ   

ขุนนางพระแห่งเพชรบุรีก็มีเป็นอันมาก   เนื่องจากเพชรบุรีก็มีวัดอยู่นับร้อยเช่นกัน  เจ้าอาวาสอย่างน้อยก็เป็นพระครู พระปลัด ฯลฯ สุดแล้วแต่จะได้รับการแต่งตั้ง

ตอนนี้ก็ต้องเรียกว่ามีพระที่เป็นขุนนางผู้ใหญ่อยู่เพชรบุรีหลายองค์   ระดับชั้นพระเทพ  ต้องถือว่าเป็นลำดับชั้นพระที่สำคัญ   ถ้าไม่ใช่พระที่เป็นที่เคารพนับถือเพียงเท่านั้น

พระเทพสุวรรณโมลีท่านเพียบพร้อมความเป็นพระราชาคณะ   อาวุโสแห่งพรรษา ความรู้ในพระธรรมวินัยของพระศาสดา   เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครในเมืองเพชร

ท่านสร้างสรรค์ความเจริญให้กับพระศาสนา   เป็นองค์สำคัญที่ปักธงธรรมมั่นคงในเมืองเพชร เป็นหลักชัยของพุทธศาสนาที่จะนำความสงบร่มเย็นให้กับประชาชน

ผมจึงกราบนมัสการได้นำเรื่องของการโปรดเกล้าฯ ครั้งสำคัญนี้มาเผยแพร่   เพราะผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในฐานะคนเพชรบุรีที่มีพระราชาคณะได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์

โดยปกติพระราชาคณะมักจะอยู่ในวัดที่เป็นพระอารามหลวง   วัดต่างจังหวัดโอกาสที่จะได้เป็นพระราชาคณะก็ต้องวัดใหญ่ ๆ หรือวัดสำคัญ ๆ

          บัดนี้เมืองเพชรบุรีก็ได้มีพระราชาคณะสำคัญชั้นพระเทพขึ้นอีกครั้ง    เป็นเกียรติประวัติให้วงการคณะสงฆ์เมืองเพชรได้เห็นเป็นประจักษ์

          คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักสิทธิ์ทั้งหลายในแผ่นดินเมืองเพชร   ได้ดลบรรดาลให้บ้านเมืองได้ร่มเย็นด้วยพระราชาคณะผู้ทรงธรรม   ผมก็วางใจในกิจธุระพระศาสนาได้

          ขอนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

 

                                                              ปรัชญนันท์  นิลสุข
 
 
 




 
 
 
 

วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ก้าวคนละก้าว


หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ   ปีที่  38  ฉบับ 873   วันที่  16  ธันวาคม  พ.ศ.2559   หน้า 9

สัพเพเหระ                                                                  ปรัชญนันท์


ก้าวคนละก้าว

 
          ทุกครั้งที่ผมเขียนยกย่องคนดี    ผมจะต้องเกริ่นเสมอว่าผมไม่แคร์   การยกย่องคนดีเป็นเรื่องยากลำบากของการเป็นนักเขียน  เป็นความเสี่ยงของคอลัมน์นิสท์

          คนดีมักถูกตั้งข้อสงสัยเสมอ   ทำไมต้องทำดี  ทำเพื่อหวังผลอะไร  ทำเอาหน้าหรือเปล่า  คนไม่ทำอะไรไม่เคยมีความผิด  ติเตียนคนดีได้เสมอ  ผมไม่เคยตั้งข้อสงสัยคนดี

          ผมเห็นคนทำความดีผมจะไม่สงสัย   ใครจะบอกว่าเขาไม่ใช่คนดี  ผมก็ไม่ว่าอะไร  การทำความดีด้วยใจที่ไม่บริสุทธิ์กุศลจะไม่ถึงพร้อม   เขาจะไม่ได้บุญนั้นเต็ม

          ส่วนผมอนุโมทนาความดีเสมอ   ผมได้ส่วนบุญของเขา  ยินดีกับคนทำความดีอิ่มบุญไปกับเขา  วันนี้ก็มายกย่องคนดีเพื่อร่วมในส่วนแห่งกุศลนั้น

โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน   เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลบางสะพานในการซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลน  โดยนักร้องยอดนิยมของผม 

อาทิวาร์  คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม  ผมเป็นแฟนเพลงบอดี้สแลมมาสิบกว่าปี    ไม่ผิดหวังเลยที่ติดตามทั้งผลงานและความเคลื่อนไหว

          เขาวิ่ง 400 กิโลเมตรในเวลา 10 วัน  จากกรุงเทพฯ มาจนถึงโรงพยาบาลบางสะพาน ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คืออยากขอบริจาคเงินซื้อเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาล

          เขาตั้งเป้าเอาไว้แค่ 4 ล้านบาท   ยอดเงินบริจาคทะลุไป 70 กว่าล้านบาท  ขอกุศลผลบุญครั้งนี้จงสำเร็จกับผู้บริจาคทุกท่านที่ได้ร่วมบุญกัน

          เขาวิ่งผ่านจังหวัดเพชรบุรี   ในยอดเงินบริจาคที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้   ต้องมีเงินของคนเพชรบุรีอยู่ในนั่นแน่ ๆ เท่าไหร่ไม่รู้   การรับบริจาคไม่ได้ระบุว่าเป็นคนที่ไหน

          วันนี้เขาให้สัมภาษณ์ถึงโครงการนี้    สิ่งที่เขาต้องออกตัวตลอดเวลาคือเขาไม่ได้ต้องการทำเพื่อสร้างภาพลักษณ์  หรือต้องการชื่อเสียง หรือทำบุญเอาหน้า

          นี่คือเหตุที่ผมต้องเขียนถึง  ทำไมคนทำความดีต้องถูกถามเสมอว่าอยากดังหรือไง  ทำบุญเอาหน้าหรือเปล่า  สร้างภาพโปรโมทเพลงหรือ ??? ผมไม่อยากได้ยินสิ่งเหล่านี้

          เขาเป็นนักกีฬาเข้าแข่งขันบ่อย ๆ    ผมเห็นเขาแข่งปิงปองแล้วก็แพ้ตกรอบ  ไม่เคยเห็นชนะรายการอะไรเลย  แต่เขาเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและต้องการเป็นตัวอย่างให้เยาวชนได้เล่นกีฬา

          เขาเป็นนักร้องวงร็อค   เด็ก ๆ และเยาวชนเป็นแฟนเพลงมากมาย   เขาต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีงาม  ไม่ใช่ตบตีเมีย ใช้ยาเสพติด เมาเหล้า มั่วผู้หญิง ผมว่าแบบนั้นมันไม่ถูกต้อง

          เขาถูกมองเป็นนักร้องขี้ยา   เพราะดูผอมแห้งมาก   ภาพของนักร้องวงร็อคต่างประเทศต้องเล่นยา มั่วผู้หญิง หยาบคายกักขฬะ  ทำเรื่องถ่อย ๆ แล้วดูเท่ห์   แต่ไม่ใช่ตูน บอดี้สแลม

          ตูน ไม่ใช่คนเพชรบุรี   เขาวิ่งผ่านเพชรบุรี หัวหิน ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ทับสะแก และไปสู่บางสะพาน   นี่คือถิ่นของผม  เขาเหยียบถิ่นผม  ผมต้องกล่าวถึง

          ผมเชื่อว่าคนเพชรบุรีได้ร่วมบุญครั้งนี้    ได้ร่วมบุญกับคนทั่วประเทศที่มีทั้งการโอนเงินเข้าบัญชี   มีการส่งมอบมาด้วยวิธีการต่าง ๆ

          ทำบุญซื้อเครื่องมือแพทย์เป็นกุศลแรง    เราได้ร่วมกันช่วยชีวิตคนที่เจ็บป่วย   ด้วยเครื่องมือที่เราท่านได้ร่วมกันบริจาค   ทุกครั้งที่เครื่องมือนั้นช่วยชีวิตคน  เราก็จะได้บุญไปด้วย

          ยอดบริจาคนี้เพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน   บางคนก็เห็นว่าโรงพยาบาลเดียวได้เงินตั้งเยอะแยะ  แล้วโรงพยาบาลอื่น ๆ อีกมากมายจะทำอย่างไร

          ผมมองเป็นการจุดประกาย    ทำให้ผู้คนได้เห็นถึงความสำคัญของเครื่องมือแพทย์   ผู้คนได้เห็นถึงปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยที่ยังขาดแคลน

          ยอดเงินอาจจะดูว่าได้มาก   อาจจะมากพอสำหรับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง   แต่สำหรับโรงพยาบาลอีกนับร้อยแห่งทั่วประเทศ    ยังไม่เพียงพอกับการจัดหาเครื่องมือแพทย์

          ก้าวคนละก้าว   ทุกก้าวเป็นก้าวที่มีค่า   เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วไปได้เห็นความตั้งใจของชายหนุ่มคนหนึ่ง   ที่เอาชื่อเสียงเกียรติยศเป็นเดิมพัน

          ผมขอร่วมก้าวคนละก้าวกับเขา    เพื่อช่วยให้คนได้เห็นความสำคัญของการร่วมบริจาคช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์    ผมแค่ร่วมก้าวเข้ามานำเสนอเรื่องราว  ไม่ได้ไปวิ่งกับเขา

          ผมคงวิ่งไม่ได้กี่ก้าว   เขาวิ่งจนนับก้าวไม่ไหว   ทุกก้าวของเขาคือเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาลอันจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวม

          ผมได้เห็นการเดินและวิ่งของคนรักในหลวงที่ผ่านเพชรบุรีหลายสิบคณะ   ความจงรักภักดีของเขาเหล่านั้นเป็นที่ประจักษ์และประทับอยู่ในหัวใจของผม 

ส่วนตูน บอดี้สแลม วิ่งจากกรุงเทพฯ ไปบางสะพาน  เพื่อชวนคนทำบุญเป็นความพยายามที่น่าประทับใจอีกแบบหนึ่ง  เป็นความทรงจำที่ควรได้ร่วมระลึกถึงเช่นกัน

เขาเป็นแสงนำทางแห่งยุคสมัย  “ตราบใดที่ปลายท้องฟ้ามีแสงรำไร  จะไปให้ถึงแสงสุดท้าย”

 

                                                                                        ปรัชญนันท์

 

 

 

วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

คนรักในหลวงเดินผ่านเพชรบุรี


หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ   ปีที่  38  ฉบับ 872   วันที่  1 ธันวาคม  พ.ศ.2559   หน้า 9

สัพเพเหระ                                                                  ปรัชญนันท์

 

คนรักในหลวงเดินผ่านเพชรบุรี

 

          ผมไม่รู้จะตั้งหัวข้อการสนทนาวันนี้อย่างไร    หาพยางค์ที่จะตีความหมายครบถ้วนของบรรดาคนที่รักในหลวง   แล้วแสดงความจงรักภักดีด้วยวิธีการเดินทางไกล

ที่จริงมีทั้งเดินทั้งวิ่ง   กิจกรรมเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติของผู้คนจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วภาคใต้  ซึ่งจะเดินทางผ่านจังหวัดเพชรบุรี  เพื่อขึ้นไปถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในบรมโกศยังกรุงเทพมหานคร

เป็นเวลานับเดือนแล้ว   ผมก็ยังเห็นคนเดินชูพระบรมฉายาลักษณ์บ้าง  เห็นคนแต่งชุดดำมีพระบรมฉายาลักษณ์อยู่บนหัวบ้าง   เดินทางผ่านเพชรบุรีโดยตลอด

ผมเห็นจนเป็นเรื่องธรรมดา   ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต  มีคนที่รักพระองค์เดินจากภาคใต้ขึ้นมาอย่างมากมาย

ทุกคนมีวิธีการแสดงออกของตนเอง   ต่างแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ตามวิถีของตนเอง   ตามจริตของตนเอง

บางคนก็เดินคนเดียว   มีธงเหลืองปักอยู่ที่หลัง  บางก็มีเครื่องป้องกันแดด   สวมชุดดำแขนยาวเดินท่ามกลางแดดร้อน   เดินช้า ๆ และมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม  

บางคนก็เดินมาเป็นขบวน   เรียงกันเป็นแถวเป็นชุด   ใส่เสื้อแบบเดียวกัน   บางกลุ่มก็เดินมาโดยมีรถยนต์เคลื่อนที่ตามช้า ๆ คอยเปิดไฟกระพริบ 

อดีตจอมโจรไข่หมูก   จอมโจรในตำนานของภาคใต้  ก่อคดีเอาไว้มากมาย  ได้รับพระราชทานอภัยโทษ  สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ก็เดินด้วยเท้าเพื่อไปสักการะพระบรมศพ เหตุผลการเดินคือเป็นหนี้ชีวิตในหลวง   ถ้าไม่ได้พระราชทานอภัยโทษต่อเนื่อง  ก็คงตายอยู่ในคุก

ไม่ได้มีเฉพาะคนไทย   ผมเห็นฝรั่งหลายคนเดินทางโดยแขวนรูปภาพในหลวงเอาไว้ที่หน้าอก  มีธงตราสัญลักษณ์ปักอยู่ที่กระเป๋าเป้    เป็นที่รู้กันว่าพวกเขากำลังเดินเพื่อไปสักการะในหลวง

การเดินลักษณะนี้มีในทุกภาค   เพียงแต่ภาคอื่น ๆ เขาคงไม่มาเดินผ่านเพชรบุรีก็จะเข้ากรุงเทพฯ  ผมก็คงไม่เอ่ยชื่อท่านอื่น ๆ มากมายที่ได้แสดงความจงรักภักดี   แต่ไม่ได้เดินผ่านมาทางเพชรบุรี

คนดัง ๆ ก็มีเยอะมากมาย   คนธรรมดาสามัญชาวบ้านแท้ ๆ ก็แสดงออกได้เหมือน ๆ กัน  ผมยกย่องและเคารพในการแสดงออกของทุกท่าน

การแสดงออกไม่ใช่แค่เดินทางไกล   บางกลุ่มก็ขี่จักรยานเข้ากรุงเทพฯ  บางกลุ่มก็ขับรถนำผู้คนขึ้นไปคารวะพระบรมศพ      ใครสะดวกวิธีใดผมก็สนับสนุนการแสดงออกของทุกท่าน

ผมสังเกตลักษณะที่เหมือนกัน    ทุกคนทุกกลุ่มสวมชุดดำ   คนที่เดินจะสวมแขนยาว ใส่หมวกคลุมหน้าปิดหน้า  แสดงสัญลักษณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่แสดงถึงความจงรักภักดี

ผมเห็นหลายคนเดินเข้าพักที่วัด    หลายวัดริมถนนเพชรเกษมในเพชรบุรี   คงได้เห็นการแวะพักของนักเดินทางเหล่านี้   บางคนก็ขอแวะนอนวัด  บางคนก็แวะนอนป้อมตำรวจ

คนเพชรบุรีมีน้ำใจ   ผมเห็นคนเอาสิ่งของอาหารน้ำดื่มมอบให้พวกเขาตลอดเส้นทาง   บางคนก็ให้เป็นเงินค่าใช้จ่าย  สุดแท้แต่ใครจะให้อะไร

หน่วยงานเพชรบุรีรู้งาน   หลายหน่วยก็จัดเตรียมการต้อนรับแสดงน้ำใจในฐานะเจ้าภาพเส้นทางผ่าน   ผมชื่นชมทุกหน่วยงานที่แสดงออกร่วมกับบรรดาพวกเขา

ผมคงทำไมได้อย่างทุกท่าน    ผมมีหน้าที่การงานที่เขาคงไม่ให้ลาไปเดินเป็นเดือน   ผมจึงแสดงออกในแบบของผม   คือเขียนเรื่องที่เกี่ยวกับในหลวงอย่างต่อเนื่องเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

ผมพยายามเก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย   นำเสนอเรื่องการเดินของทุกท่านที่แสดงความมุ่งมั่น  ความพยายามที่คนจำนวนมากทำไมได้เช่นนี้   บันทึกเป็นเหตุการณ์และหมายเหตุให้กับบ้านเมือง

ต่อไปภายหน้าจะเป็นแบบอย่าง    แบบอย่างที่คนรุ่นหลัง ๆ จะได้เห็นถึงกำลังใจและความตั้งใจจริงที่จะแสดงออกในแบบที่ถูกต้อง 

คนรักในหลวงเท่านั้นที่ทำได้เช่นนี้    คนไม่รักกันจริงย่อมแสดงออกไม่ได้ขนาดนี้   คนเพชรบุรีขอยกย่องทุกท่าน  ขออภัยที่ไม่ได้ไปต้อนรับเพราะมันมากมายเหลือเกิน  

ขอส่งหัวใจร่วมไปกับพวกท่านทั้งหลาย    เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านได้เดินทางผ่านเพชรบุรี  ท่านทั้งหลายจะเป็นความทรงจำที่ดีให้ลูกหลานเพชรบุรีได้เห็นเป็นตัวอย่าง

ผมจะได้มีเรื่องเล่าขานสืบต่อ  เล่าให้ลูกหลานเพชรบุรีเขารู้ว่าคนรักในหลวงมีทั้งแผ่นดิน   คนไทยผู้รักในหลวงเขาแสดงออกกันในทุกวิธี     ที่เห็นเดินผ่านเพชรบุรีมานับเดือนก็เป็นวิธีหนึ่ง

ผมจะบอกลูกหลานเพชรบุรี   พวกเขาโชคดีแค่ไหนที่เกิดบนแผ่นดินที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์

 

                                                                                       ปรัชญนันท์

 

 

โดนัล ทรัมป์


นิตยสาร เพชรนิวส์   ปีที่  15   ฉบับ 147      วันที่  1   ธันวาคม  พ.ศ.2559

แลหลังระวังหน้า                                                   ปรัชญนันท์  นิลสุข

 

โดนัล ทรัมป์

 

          แลหลังระวังหน้าตัดสินใจวิพากย์นอกเมืองไทย   กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอเมริกา   ที่จะมาแทนประธานาธิบดีโอบามาที่หมดวาระ

          หักปากกาเซียนทุกสำนัก   ผิดโพลทุกโพลที่สำรวจล่วงหน้าว่านางฮิลลารี่  คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งจะชนะแน่นอน

          ผลการเลือกตั้งกลายเป็นนายโดนัล ทรัมป์   ตัวแทนจากพรรครีพับริกัน  มหาเศรษฐีชาวอเมริกันผู้ไม่เคยดำรงตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองมาก่อน 

ลงสมัครชิงเป็นตัวแทนของพรรค   ได้รับเลือกจากชาวบ้านเป็นตัวแทนพรรค  โดยที่บรรดานักการเมืองในพรรคตัวเองก็ไม่มีใครสนับสนุน   ไม่มีฐานเสียง ไม่มีหัวคะแนนว่างั้น 

          ผมจำคำวิจารณ์การเลือกตั้งครั้งนี้ได้ดีว่า   เป็นการแข่งขันระหว่างผีเน่ากับโลงผุ   ทรัมป์ชื่อเสียงไม่ดีเป็นผีเน่า  ฮิลลารี่ก็เก่าแก่อายุมากอย่างกับโลงผุ

อเมริกันชนได้ตัดสินใจเลือกผู้นำคนใหม่ของเขา    เป็นผู้นำที่เปลี่ยนแปลงแนวคิดการเลือกตั้งดั้งเดิมทั้งหมดของชาวอเมริกันไปหมดสิ้น

          ผมเคยวิพากย์การเลือกตั้งของชาวอเมริกันว่า   พวกเขาเป็นนักประชาธิปไตยที่มีแบบแผนเป็นตัวอย่างให้กับนานาชาติ  วิธีของพวกเขาเป็นแนวทางที่ดีในการเลือกผู้นำ

          แต่ตอนนี้ผมไม่แน่ใจและเห็นการเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนของคนอเมริกัน     ความคิดแบบเดิมของพวกเขาหายไปทั้งหมด   วิธีเลือกผู้นำของเขาไม่ใช่อเมริกันแบบที่ผมรู้จัก

          สมัยก่อนผู้นำอเมริกันต้องเป็นคนดี    ใครทำผิดพลาดนิดหน่อยเลิกเล่นการเมืองไปได้เลย   แต่ผู้นำคนใหม่ออกแนวสร้างปัญหาเอาไว้เพียบ  คนรวยที่ไม่สนหัวใคร

          เวลาผู้ถึงผู้นำอเมริกันจะต้องเป็นแบบอย่างให้กับสังคมอเมริกัน   เป็นคนรักครอบครัวไม่มัวหมองรักเดียวใจเดียวภรรยาเดียว    แต่ผู้นำคนใหม่เป็นเพลบอย  ภรรยาหลายคนสวย ๆ ทั้งนั้น  ลูกอีกหลายคนนับไม่ถ้วน   ไม่ใช่แบบที่ชาวอเมริกันฝันเอาเป็นแบบอย่าง

          แล้วทำไมพวกเขาเลือกคนนี้เป็นประธานาธิบดี    ผมอ่านข้อวิจารณ์ต่าง ๆ แล้วเห็นด้วยทุกประการ    เพราะไม่แตกต่างอะไรกับประเทศไทยเท่าไหร่นัก

          อเมริกันเป็นประเทศทุนนิยม   ความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวยก็มีมากเหมือนบ้านเมืองเรา  ถึงประเทศจะพัฒนาถึงจุดสูงสุดแล้ว   ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนจน  คนจนมีมากและมีในทุกประเทศ

          การหาเสียงโดยจี้จุดความจน    แสดงกิริยาแบบคนอเมริกันแท้ ๆ ที่ดูเถื่อน ๆ   พูดในสิ่งที่ตรงใจของชาวบ้าน  ให้สัญญาว่าจะทำให้ แม้จะรู้ว่าทำไม่ได้หรือทำไม่สำเร็จ   ก็ไม่สนเพราะเน้นให้คนเลือกไม่ได้เน้นที่เข้าไปทำ  

          ผมว่าอเมริกันก็ไม่ต่างอะไรกับประชาธิปไตยในไทย    ดราม่ารับซื้อข้าวนิดหน่อยแต่ความจริงไม่มีทางจะซื้อข้าวได้หมด  ดราม่าเกี่ยวข้าวโชว์นิด ๆ  ความจริงก็ไม่ต่างกันเลยซักกะฝ่าย

          ของจริงในการตัดสินใจจึงอยู่ที่ประชาชน     ประชาชนย่อมจะเลือกในสิ่งที่เขาอยากได้   ไม่ว่านั่นจะเป็นความเสียหายของประเทศระยะยาวก็ตาม 

          ผมอ่านประวัติและการทำงานของทรัมป์ก็ยัง งง ๆ     คุณสมบัติคล้าย ๆ กับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของไทย  ที่เข้าสู่วงการเมืองแบบไม่มีประสบการณ์ใด ๆ

          ผมก็เลยมีความเป็นห่วงมหามิตรของไทย    ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตมาร้อยกว่าปี   ผูกพันกันมาเนิ่นนานว่าเขาคิดอย่างไงของเขาจึงเลือกเอาคนนี้

          แล้วเกี่ยวอะไรกับคนไทยหรือเมืองเพชร   ทำไมเราต้องไปสนใจสิ่งที่ไกลตัวเหล่านี้ด้วย  ก็เพราะเรามีประสบการณ์ในลักษณะนี้มาแล้วในเมืองไทย

          มันเป็นสิ่งที่ใช้ในการสอนและเตือนลูกหลานของเราได้หลายอย่าง   การเลือกคนที่มีประวัติไม่ดีมักจะเกิดปัญหาได้ในภายหลัง  

          ผมพยากรณ์ปัญหาที่จะเกิดในอเมริกาเอาไว้บ้างแล้ว   เพราะเมื่อใดที่คนมีปัญหาได้ปกครองบ้านเมืองก็จะนำให้บ้านเมืองประสบปัญหาเพราะคนเหล่านั้น

          สิ่งที่บ้านเมืองเราจะได้ประโยชน์   ก็คือการเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น    แม้ปัญหายังไม่เกิดและอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้    ก็ยังจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจปรากฎการณ์ที่จะเกิด

          สหรัฐอเมริกาไม่เคยมาศึกษาบทเรียนจากบ้านเรา  อาจไม่รู้ว่าบ้านเมืองเราเคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาแล้ว  เคยเลือกคนที่เหมือนกับทรัมป์มาแล้ว   แล้วสุดท้ายเราเจอกับอะไรเมื่อเวลาผ่านไป

 

 

                                                              ปรัชญนันท์  นิลสุข